สีปากที่จะได้ครึ่งหนึ่งมาจากฝีมือช่าง อีกครึ่งมาจากการดูแลของคุณใน 14 วันแรก หน้านี้คือคู่มือที่ช่างติ๊ดตี่ส่งให้ลูกค้าทุกคนหลังทำเสร็จ บอกทีละวันว่าจะเจออะไร ทำอะไรได้ ห้ามอะไร และเมื่อไหร่ควรทักช่าง
ภาพรวม 14 วันหลังสักปาก
- วันที่ 1 สีเข้มที่สุด ปากบวมเล็กน้อย รู้สึกตึง เป็นเรื่องปกติ
- วันที่ 2–3 บวมยุบ สีเริ่มเข้มขึ้นอีกและปากแห้ง เริ่มเห็นเป็นฝ้าบาง ๆ
- วันที่ 3–5 ลอกเป็นแผ่นบาง ห้ามแกะ ห้ามดึง ปล่อยให้หลุดเอง
- วันที่ 5–7 ลอกหมด สีดูจางลงมากจนตกใจ บางคนคิดว่าสีหาย ไม่ต้องกังวล
- วันที่ 7–14 สีค่อย ๆ กลับขึ้นมาจากข้างใน กลืนเป็นสีปากธรรมชาติ
- สัปดาห์ที่ 3–4 สีเข้าที่จริง ประเมินได้ว่าพอใจไหม และนัดเก็บสีถ้าต้องการ
สิ่งที่ต้องทำทุกวันใน 7 วันแรก
- ซับเบา ๆ ด้วยสำลีชุบน้ำสะอาด วันละ 2–3 ครั้ง เพื่อเอาน้ำเหลืองออก ไม่ให้เกาะเป็นสะเก็ดหนา
- ทาครีมหรือลิปมันที่ช่างให้บาง ๆ ทุกครั้งที่รู้สึกแห้ง ปากที่ชุ่มชื้นลอกสวยและเก็บสีได้มากกว่า
- ดื่มน้ำด้วยหลอด 3 วันแรก ลดการสัมผัสแก้วกับริมฝีปาก
- กินอาหารอ่อน ไม่ร้อนจัด เช่น ข้าวต้ม โจ๊ก 2–3 วันแรก และซับปากทันทีหลังกิน
- นอนหงาย คืนแรก ๆ เพื่อไม่ให้ปากเสียดสีหมอน
ห้ามทำอะไรใน 14 วัน
- ห้ามแกะหรือดึงสะเก็ด จุดที่แกะจะเป็นรอยด่าง สีไม่ขึ้น
- ห้ามเลียปาก น้ำลายทำให้แห้งและลอกไม่สวย
- ห้ามทาลิปสติกหรือลิปทินต์ จนกว่าจะลอกหมดและสีเข้าที่ อย่างน้อย 7–10 วัน
- งดอาหารรสจัด เผ็ด เค็ม เปรี้ยว และร้อนจัด 5–7 วันแรก
- งดแอลกอฮอล์และบุหรี่ อย่างน้อย 7 วัน สีจะติดดีขึ้นและหายเร็วขึ้น
- งดว่ายน้ำ ซาวน่า ออกกำลังกายที่เหงื่อออกมาก 7 วัน
- งดแดดจัด ถ้าต้องออกแดดใส่หน้ากากหรือใช้ร่ม 14 วัน
- งดสครับ กรดผลไม้ เรตินอล บริเวณปาก 2 สัปดาห์
- งดจูบและการสัมผัสปากกับผู้อื่น จนกว่าจะลอกหมด ลดความเสี่ยงติดเชื้อ
สีจางหลังลอก ปกติไหม
ปกติที่สุด และเป็นช่วงที่ลูกค้าทักช่างมากที่สุด หลังลอกหมดวันที่ 5–7 สีจะดูอ่อนลง 30–40% จากวันแรก เพราะผิวชั้นใหม่ยังบางและขุ่น สีจะค่อย ๆ ชัดขึ้นเองในสัปดาห์ที่ 2–4 อย่าเพิ่งตัดสินสีในช่วงนี้ รอให้ครบ 3–4 สัปดาห์ก่อน
ลอกเป็นหย่อม สีไม่เท่ากัน ทำยังไง
เป็นเรื่องปกติในช่วงลอก เพราะแต่ละจุดลอกไม่พร้อมกัน ห้ามแกะจุดที่ยังไม่ลอกให้เท่ากัน รอจนลอกหมดเอง ถ้าครบ 4 สัปดาห์แล้วยังมีจุดที่สีอ่อนกว่าชัดเจน นั่นคือสิ่งที่การเก็บสีรอบสองมีไว้แก้
เมื่อไหร่ควรทักช่างทันที
- บวมมากขึ้นหลังวันที่ 3 แทนที่จะยุบ
- ปวดตุบ ร้อน หรือมีหนอง
- มีตุ่มน้ำใสเป็นกลุ่ม อาจเป็นเริมกำเริบ ต้องได้ยาเร็ว
- มีไข้ร่วมกับอาการที่ปาก
ส่งรูปมาทางไลน์ได้ตลอด ช่างดูให้ทันทีและแนะนำว่าควรพบแพทย์ไหม
เก็บสีรอบสอง จำเป็นไหม เมื่อไหร่
แนะนำภายใน 1–2 เดือนหลังทำครั้งแรก ราคา 1,500 บาท เพื่อเติมจุดที่สีอ่อน ปรับโทนให้เข้มขึ้นถ้าต้องการ และทำให้สีอยู่ทนขึ้น เคสส่วนใหญ่รอบแรกได้สี 70–80% รอบสองทำให้เต็ม 100% ส่วนเคสปากคล้ำอาจต้องมากกว่านั้น อ่านเพิ่มที่หน้า สักปากแก้ปากคล้ำ
ดูแลระยะยาวให้สีอยู่นาน
- ทาลิปมันหรือลิปกันแดดเป็นประจำ แดดคือตัวทำให้สีจางเร็วที่สุด
- เลี่ยงสครับปากและผลิตภัณฑ์ผลัดผิวบ่อย ๆ
- ถ้าสูบบุหรี่ สีจะจางเร็วกว่าคนทั่วไป และควรเก็บสีถี่ขึ้น
- เมื่อสีเริ่มจางหลัง 1–2 ปี มาเก็บสีได้เลย ไม่ต้องรอให้หายหมด
คำถามที่ถามบ่อยหลังสักปาก
แปรงฟันได้ไหม
ได้ตั้งแต่วันแรก แต่ให้แปรงเบา ๆ เลี่ยงยาสีฟันโดนริมฝีปาก และบ้วนปากด้วยน้ำสะอาด
ล้างหน้าได้ไหม
ได้ แต่เลี่ยงโฟมหรือคลีนเซอร์โดนปาก 7 วันแรก ซับปากให้แห้งหลังล้าง
ใส่หน้ากากได้ไหม
ได้ ใช้หน้ากากสะอาดเปลี่ยนทุกวัน และอย่าให้เสียดสีปากแรง
ปากแห้งมากทำยังไง
ทาลิปมันที่ช่างให้บ่อยขึ้น ห้ามเลียปาก ห้ามใช้ลิปที่มีเมนทอลหรือน้ำหอมแรง
ยังไม่ได้ทำ อยากรู้ก่อนว่าสักปากเหมาะกับตัวเองไหม
อ่านหน้า คู่มือก่อนสักปาก หรือส่งรูปปากมาปรึกษาช่างทางไลน์ได้เลย